เทคนิคมัดใจลูกค้าออนไลน์

เทคนิคมัดใจลูกค้าออนไลน์ให้ซื้อของกับคุณตลอดไป

ร้านค้าออนไลน์มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และลูกค้าเองก็มีสิทธิ์เลือกซื้อกับร้านที่ตนเองพอใจด้วย แล้วเราจะทำอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจในร้านค้าออนไลน์ของเรา และไม่เปลี่ยนใจไปซื้อกับร้านอื่น ซึ่งต้องบอกเลยว่ามีเคล็ดลับอยู่ไม่กี่ข้อหรอก หากคุณทำได้ตามคำแนะนำล่ะก็ รับรองว่ามัดใจลูกค้าได้แน่นอน   -มีใจรักการบริการ เมื่อคุณเปิดร้านค้าออนไลน์ขึ้นมานั้น คุณอาจจะต้องนั่งตอบคำถามลูกค้าซ้ำๆ และเขาอาจจะยังไม่ซื้อสินค้าของคุณในทันที คุณเองก็ต้องเก็บอารมณ์และความหงุดหงิดเอาไว้ และตอบคำถามด้วยความใส่ใจ จริงใจ ก็ช่วยเพิ่มโอกาสให้เขาซื้อสินค้าของคุณมากขึ้น แต่ถ้าคุณมีสินค้าที่ดี ตรงตามต้องการแต่บริการไม่เอาไหน เขาก็อาจไม่ซื้อและยังเอาเราไปว่าตามเว็บบอร์ดต่างๆให้เราเสียชื่อเสียงด้วย   -สินค้าที่โพสหน้าเพจหรือหน้าเว็บ ต้องมีพร้อมส่งได้ทันที เพราะว่า การที่เรามีสินค้าพร้อมส่งนั้น ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า ถ้าโอนเงินซื้อสินค้าแล้ว เราจะมีสินค้าพร้อมส่งได้เลย หรือหากเป็นแบบ Pre-order ก็ต้องกำหนดช่วงเวลาได้ชัดเจนว่าสินค้าจะมาเมื่อไรด้วย เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้เร็วและหากตัดสินใจแล้ว แสดงว่าลูกค้ายอมรับเงื่อนไขด้านเวลาตรงนี้ได้   -บอกราคาและรายละเอียดของสินค้าให้ครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องให้ลูกค้าทักไปถาม เพราะว่าลูกค้าจะรู้สึกว่าเสียเวลาและอาจคิดว่า ถ้าอยากขายก็ระบุราคามาเลย จะตัดสินใจเองว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อได้ และทำให้ปิดการขายได้รวดเร็วมากกว่า และยังช่วยประหยัดเวลาทั้งคนขายคนซื้อด้วย เพราะฉะนั้นสินค้าของคุณจึงควรลงรายละเอียดให้ครบถ้วน   -คนเราไม่ชอบรอคอยคำตอบนานๆ การตอบได้ไวมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า เพราะว่าความอยากของลูกค้านั้นจำกัด ถ้าไม่มีใครมาตอบ ลูกค้าอาจเปลี่ยนใจซื้อร้านอื่นก็ได้   -จริงใจ รับผิดชอบร้านค้าออนไลน์มีข้อเสียตรงที่ว่า ไม่มีสินค้าให้ลอง ไม่มีสินค้าให้ดู ทำให้ไม่รู้ว่าสภาพสินค้าเป็นอย่างไรเมื่อพบว่าสินค้ามีตำหนิ ก็อย่าลืมแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า และหากพบว่าสินค้าที่ส่งไปถึงมือลูกค้ามีสภาพชำรุด ก็อย่าลืมรับผิดชอบด้วย เพราะลูกค้าจะประทับใจและต้องซื้อสินค้าจากคุณในครั้งต่อไปแน่นอน เพราะว่าคุณมีความจริงใจในการขายและรับผิดชอบต่อข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั่นเอง   ทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณนั้นมัดใจลูกค้าได้สำเร็จ และใครๆก็อยากซื้อสินค้ากับคุณซ้ำๆนั่นเอง เพราะฉะนั้นอย่าลืมนำเคล็ดลับนี้ไปปรับใช้นะ รับรองเลยว่า ร้านของคุณจะมีลูกค้าเข้าตลอด ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่เลยล่ะ

Startup

5 แนวคิดในการเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ ทำอย่างไรให้ดีที่สุด

ธุรกิจออนไลน์เป็นธุรกิจหนึ่งที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะสามารถโปรโมตสินค้าได้อย่างรวดเร็ว คุย แจ้งโอน แจ้งส่งของก็สบายมาก ๆ ไม่ต้องยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อนที่ต้องขายแบบออฟไลน์ ต้องเดินหาลูกค้าเอง หรือกว่าจะสรุปยอดแต่ละวันก็เหนื่อยมาก เป็นต้น เพราะฉะนั้นหลายคนจึงอยากทำธุรกิจออนไลน์ ซึ่งวันนี้เรามีแนวคิดของคนที่เริ่มทำธุรกิจออนไลน์มาฝาก เพื่อเป็นหลักคิดสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจออนไลน์   -สำรวจว่าตัวเองถนัดหรือชอบอะไร เพราะนี่คือสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจทุกประเภทเลย เพราะหากเราทำอะไรที่มีความสุข แม้จะทำเป็นเวลานานก็ไม่เบื่อก็แสดงว่าคุณชอบในการทำสิ่งนั้น หรือหากที่บ้านมีธุรกิจอยู่แล้ว อาจนำส่วนหนึ่งในธุรกิจนั้นมาต่อยอดดูก็ได้ อย่างน้อยคุณนั้นก็ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่แล้วกัน   -รีบลงมือทำ อย่างที่บอกการทำธุรกิจออนไลน์ในตอนแรกไม่ได้ใช้เงินลงทุนมากมาย เพราะฉะนั้นคิดได้แล้วให้รีบทำ เพราะว่าโลกออนไลน์นั้นเปลี่ยนแปลงไวมาก ถ้ารอช้าอาจมีคนมาทำแทน สุดท้ายไอเดียหรือสิ่งที่คิดไว้ก็ไม่ได้ทำออกมา เป็นต้น   -คาแร็กเตอร์ของสินค้าต้องชัดเจน โดยเริ่มแรกให้พยายามหาภาพรวมของแบรนด์ก่อนว่าต้องการแบบไหน แล้วจึงค่อยๆย่อยออกมา เช่น ราคาเท่าไร มีสินค้าอะไรบ้าง ต้องการขายให้ใคร เพื่อกำหนดทุกอย่างให้ตรงใจกับกลุ่มเป้าหมายของเรานั่นเอง ซึ่งเมื่อคุณได้แบรนด์แบบที่คุณต้องการแล้ว ต่อมาก็ต้องมาสำรวจตลาดกัน   -อย่าลืมทำการสำรวจตลาด โดยเฉพาะกับแบรนด์ที่เป็นคู่แข่งของเรา เช่น ให้ดูว่าเขาขายราคาเท่าไร สินค้าเป็นอย่างไร โดยอาจนำช่องว่างหรือข้อบกพร่องของแบรนด์คู่แข่งนำมาปรับปรุงสินค้าของเราให้ดีขึ้น รับรองเลยว่า การทำธุรกิจออนไลน์ของคุณจะไปได้ดีแน่นอนเลย   -กำหนดกลุ่มเป้าหมาย สิ่งนี้คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราโปรโมตแบรนด์หรือสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ด้วย เพื่อให้เข้ากับกลุ่มเป้ามายที่เรากำหนดนั่นเอง เมื่อโดนใจกลุ่มเป้าหมายแล้ว กำไรจะไปไหนเสีย   ทั้งหมดนี้ คือแนวคิดของคนที่จะเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ จะว่าง่ายก็ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินไป เพียงแต่ว่าต้องใช้ความอดทนสูง ขยันทำอย่างต่อเนื่องและต้องขยันตามเทรนด์ที่เปลี่ยนไปด้วย เพราะว่าโลกออนไลน์นั้นเปลี่ยนเร็วมาก เครื่องมือการโปรโมตก็มีมากมาย เราก็ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมกับแบรนด์ของเราด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องของการทำธุรกิจออนไลน์จึงต้องอาศัยประสบการณ์มากกว่าที่จะช่วยให้การทำธุรกิจของคุณนั้นประสบความสำเร็จได้  

Starting Business

อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ควรเริ่มต้นจากอะไร

ใครๆก็อยากมีธุรกิจเป็นของตนเองกันทั้งนั้น เพราะว่า คุณจะได้รับโอกาสในการใช้ชีวิตมากขึ้น มีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ที่ตนเองนั้นอยากทำ ไม่ต้องตอกบัตรเข้างาน หรือนั่งทำงานตลอดวัน ไม่ต้องทนกับเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดีด้วย แต่ถ้าคุณนั้นไม่ได้มีธุรกิจของที่บ้าน คุณเองก็ต้องเริ่มทำธุรกิจด้วยตัวคุณเอง และถ้าคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากอะไรดี วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆที่จะช่วยให้การเริ่มต้นธุรกิจของคุณได้ไม่ยาก               การเริ่มต้นธุรกิจต้องเริ่มจากอะไรบ้าง   สำรวจตัวเองว่าตัวเองชอบทำอะไรเป็นพิเศษ และจะนำมาต่อยอดธุรกิจของตัวเองได้หรือไม่ นอกจากนี้หากคุณกำหนดได้แล้วว่าจะทำธุรกิจอะไร คุณก็ต้องดูด้วยว่าคุณมีความเข้าใจในสินค้าหรือบริการของคุณมากแค่ไหน เพื่อให้เข้าใจจุดอ่อนจุดแข็งของสินค้าหรือบริการ เพื่อจะได้พัฒนาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น หรือบางคนอาจไม่มีทักษะพิเศษอะไร แต่ก็สามารถเป็นเจ้าของกิจการด้วย เพราะหาสิ่งที่ตนเองสนใจ ศึกษาอย่างละเอียดหรือปรึกษากับคนที่มีประสบการณ์แล้ว ก็ทำให้คุณนั้นสามารถมีกิจการเป็นของตัวเองได้ไม่ยาก   หลังจากสำรวจตัวเองและมั่นใจแล้วว่าจะเลือกทำธุรกิจ อย่าลืมสำรวจงบประมาณที่คุณมีด้วย เราต้องดูก่อนว่าเราสามารถรวบรวมเงินจากแหล่งใดมาได้บ้าง เช่น จากงานประจำที่ทำอยู่ กู้ธนาคาร ขอพ่อแม่ หรือจากงานพิเศษต่างๆ เพราะถ้าคุณนั้นมีเงินไม่มากพอ การที่จะทำให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จักก็ยากพอสมควรเลย เพราะต้องใช้เวลาพอสมควรเลยล่ะ เพราะฉะนั้นคุณจึงต้องมีทุนสำรองที่มากพอในการดำเนินธุรกิจของคุณต่อไปได้   แผนธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่าเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เดินไปข้างหน้าได้ ซึ่งการศึกษาเรื่อง SWOT ซึ่งเป็นเครื่องมือในการประเมินสถานการณ์สำหรับการประกอบธุรกิจ จะช่วยให้คุณนั้นเข้าใจเรื่องจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรคของธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งต้องเรียนรู้ในเรื่องของ เช่น กลุ่มเป้าหมาย กระบวนการในการผลิต  อุปกรณ์ที่ใช้ ค่าใช้จ่าย กำไร ขาดทุน และมีการใช้นโยบายในการโปรโมตสินค้าแบบไหน เป็นต้น เพื่อทำให้ธุรกิจของคุณเป็นระบบมากยิ่งขึ้น และสามารถต่อยอดพัฒนาได้ต่อไป   สุดท้ายคือการลงมือทำ เพราะถึงแม้ว่าคุณนั้นจะมีการวางแผนธุรกิจให้ดีขนาดไหน แต่ถ้าไม่ลงมือทำ มันก็เท่านั้นแหละ การตัดสินใจลงมือทำด้วยตนเอง ถือเป็นการเริ่มต้นธุรกิจอย่างแท้จริง และทำให้คุณนั้นมีธุรกิจแบบที่คุณต้องการได้แน่นอน โอกาสที่คุณจะเป็นเจ้าของธุรกิจก็อยู่ไม่ไกล